Bigbike มีกี่ประเภท มีอะไรบ้าง แล้วแตกต่างกันอย่างไร

บางคนอาจจะยังไม่ค่อยเก็ทเท่าไหร่ว่าเจ้ามอเตอร์ไซค์ที่เค้าเรียกๆ กันว่า “บิ๊กไบค์” แต่ละแบรนด์ก็ผลิต Bigbike รูปแบบต่างๆ ประเภทต่างๆมาฟาดฟันกันมากมาย ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของดีไซน์ เครื่องยนต์ ความคุ้มค่า ราคา การใช้งานต่างๆแบบเต็มที่ และทำให้ทุกวันนี้ มีหลากหลายประเภทจนวงการตลาดรถได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่ไม่รู้จักประเภท Bigbike เดี๋ยวมาดูกันว่ามีบิ๊กไบค์มีกี่ประเภท และมีประเภทอะไรบ้าง วันนี้มาทำความรู้จักกันเลย

 

ประเภทแรกคือ SPORT BIKE

สำหรับสปอร์ตไบค์ ภาพลักษณ์ภายนอก ก็เน้นความชัดเจนในเรื่องของดีไซน์ที่ดูสปอร์ตมากๆอีกทั้งมีกำลังเครื่องสูง อัตราเร่งสูง น้ำหนักค่อนข้างเบา ก็มีหลายระดับให้เลือกใช้ ส่วนใหญ่มีความคล่องตัวและความหรูหราปราดเปรียวโฉบเฉี่ยว  สำหรับสปอร์ตไบค์ที่ได้รับความนิยมก็มีหลายรุ่น จุดประสงค์หลักจึงถูกออกแบบให้ควบคุมรถได้ง่ายและทำให้รถไปได้เร็วที่สุด บางครั้งสูงถึง 300km/Hr ผู้ขับต้องโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อลดแรงต้านของลม แฮนด์รถจึงมีลักษณะดร็อปลงและมีตัวถังสูงเพื่อรองรับช่วงลำตัว

 

ประเภทที่สองคือ TOURING BIKE

บิ๊กไบค์สไตล์ทัวริ่ง เป็น Bigbike ประเภทนี้จะมีซีซีสูงตั้งแต่ 400 cc ขึ้นไป  เพราะต้องแบกรับน้ำหนักตัวและต้องวิ่งในระยะทางไกลๆ จึงออกแบบให้ผู้ขับขี่สบายที่สุดเพื่อการเดินทางที่ยอดเยี่ยม ดังนั้นเอกลักษณ์ของทัวร์ริ่งไบค์คือ เบาะนั่งขนาดใหญ่ ซ้อนได้สองคน บังลมหน้าที่มีขนาดใหญ่ มีกระเป๋าใส่สัมภาระขนาดใหญ่ ในส่วนตัวถังจะไม่สูงมาบังส่วนลำตัวของผู้ขับขี่มากนัก แฮนด์ของรถยกขึ้นพอประมาณเพื่อไม่ให้ผู้ขับขี่ต้องก้มตัวเวลาขับขี่นั่นเอง

 

ประเภทที่สามคือ CRUISER BIKE

เป็นรถบิ๊กไบค์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการขับขี่ทางไกล และท่องเที่ยวความเร็วต่ำเป็นหลัก ไม่มีบังลมส่วนหน้า เน้นความดิบ มีเสียงดังกระหึ่ม การขับขี่ท่านั่งที่ค่อนข้างสบาย (แต่ไม่สบายเท่ากับทัวร์ริ่งไบค์) โดยมากหลายคนเรียกช็อปเปอร์ แต่ที่จริงแล้วช็อปเปอร์นั้นถูกดัดแปลงมาจาก cruiser อีกที

 

ประเภทที่สี่ คือ CHOPPER BIKE

มอเตอร์ไซค์ช็อปเปอร์ โดนส่วนใหญ่จะมีความคลาสสิค มอเตอร์ไซค์ประเภทนี้เน้นดีไซน์เป็นหลัก ค่อนข้างโดดเด่นด้วยความเงางาม เครื่องยนต์ก็มีตั้งแต่ขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ แฮนด์บาร์จะใช้แบบพิเศษไม่เหมือนบิ๊กไบค์รุ่นอื่นๆ เป็นรถที่ถูกดัดแปลงมาจาก Cruiser อีกทีโดยเพิ่มตะเกียบหน้าหรือโช๊คหน้าที่ยาวเกือบสองเมตร มีการออกแบบให้เบาะอยู่ต่ำกว่ารถบิ๊กไบค์ประเภทอื่นๆ และมีตำแหน่งแฮนด์ที่สูงอยู่ในระดับไหล่หรือสูงกว่าไหล่ของผู้ขับขี่ ถ้าพูดถึงช็อปเปอร์แล้ว แบรนด์ช็อปเปอร์ที่โด่งดังก็คงหนีไม่พ้น  Harley-Davidson ส่วนอีกแบรนด์หนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือ Indian Chief Classic ที่สะกดทุกสายตาไม่ว่าจะจอดอยู่เฉยๆหรือขับขี่ก็ตาม

 

ประเภทที่ห้าคือ NAKED BIKE

เป็นบิ๊กไบค์ทรงสตรีทดีไซน์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน แนวเปลือยๆ เผยให้เห็นความดิบของโครงสร้างและเครื่องยนต์อย่าเด่นชัด เป็นรถ Sport ที่ถูกจับมาแต่งให้เปรียว เอาแฟริ่งกันลมออก แรงม้าไม่สูงเป็น Bigbike ที่สามารถโต้ลมได้เป็นอย่างดี เหมาะสำหรับขับขี่ในเมือง เรียกว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่เปลือยดีไซน์ที่เท่มากๆ

 

ประเภทที่หก ENDURO BIKE

เอ็นดูโร เป็นรถประเภทที่เน้นการลุยแบบวิบาก เป็นรถที่มีช่วงล่างยกสูง สำหรับวิ่งลุยได้ทั้ง ตามป่าเขา ทุ่งนา ถนนตัดเข้าไม่ถึง หรือถนนอยู่ในสภาพที่แย่เกินกว่าที่รถทั่วไปจะสามารถเข้าถึงได้ เอ็นดูโรจะมีลักษณะพิเศษคือน้ำหนักค่อนข้างเบา ดีไซน์ปราดเปรียวบางแต่ว่าแข็งแรง ยางจะมีดอกขนาดใหญ่และห่าง เพื่อใช้ในการเกาะตะกุยพื้นผิวที่ไม่เรียบ ทางฝุ่น ทางโคลนได้เป็นอย่างดี รถชนิดนี้มีรอบเครื่องที่ขึ้นเร็ว ลงเร็ว แรงบิดสูง เพื่อให้สามารถดันตัวรถและคนขับไปตามพื้นผิวที่ไม่ราบเรียบได้ดีกว่ารถประเภทอื่นๆ

 

ประเภทที่เจ็ด MOTARD BIKE

จริงๆ แล้วรถโมตาร์ดก็คือรถเอ็นดูโร่  เพียงแต่จับมาใส่ยางเรียบ ทำให้สามารถใช้งานบนทางเรียบ แต่ก็สามารถลุยกับสภาพถนนที่เป็นดินเรียบๆ ฝุ่นเรียบๆได้เช่นกัน  โดยอาจใส่ล้อที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเล็กลง  ยางหนาและใหญ่ขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับการขับขี่ในทางเรียบด้วยความเร็วที่สูงกว่าเอ็นดูโร่  เนื่องจากยางของเอ็นดูโรจริงๆ นั้นเมื่อนำมาใช้บนถนนเรียบด้วยความเร็วสูงแล้ว จะสั่น ควบคุมลำบาก  จึงเกิดรถโมตาร์ดขึ้นมา สำหรับผู้ที่ต้องการใช้รถในทางเรียบเป็นหลัก แต่ยังต้องลุยทางวิบากด้วยเล็กน้อย

ประเภทที่แปด DUAL PURPOSE BIKE

ลูกครึ่งระหว่างโมตาร์ดและเอ็นดูโร่ เป็นรถเอนกประสงค์สำหรับขับขี่บนเทือกเขา ได้รับความนิยมในประเทศแถบยุโรป สามารถขับขี่ได้ดีทั้งทางวิบากและถนนเรียบ เพราะเป็นรถขับขี่กึ่งวิบากนั่นเอง มีล้อขนาดใหญ่ดีไซน์ปราดเปรียว มีกระเป๋าสัมภาระ ตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่มีความแตกต่างจากรถมอเตอร์ครอสตรงที่ขนาดซีซีสูงกว่า และสามารถทำความเร็วสูงได้ดีกว่า

ประเภทที่เก้า SCOOTER BIKE

สกู๊ตเตอร์ มีหลายรุ่นด้วยกันแตกต่างกันที่ขนาดของเครื่องยนต์ จะมีบังลมขนาดใหญ่ ถังน้ำมันเก็บไว้ใต้เบาะ  มีเบาะนั่งขนาดใหญ่ออกแบบท่านั่งให้สบายเหมือนนั่งเก้าอี้ พักเท้าจะเป็นแผ่นวางเท้าขนาดใหญ่สามารถวางเท้าได้โดยอิสระ  แฮนด์อยู่ในตำแหน่งที่สูง และห่างกันเพื่อการควบคุมในความเร็วต่ำที่ดี ใช้ระบบเกียร์ออโตเมติค ดีไซน์สปอร์ตสวยงาม ล้ำสมัย มีที่เก็บของขนาดใหญ่ เครื่องยนต์ออกแบบให้มีแรกบิดในความเร็วรอบต่ำ  ไม่สามารถทำความเร็วได้สูงมากนัก  ง่ายๆ ก็คือ เน้นขับง่าย ขับช้าๆนุ่มนวลในการขับขี่ หรูหราและไฮคลาสมากๆ

ประเภทที่สิบ MOTOCROSS BIKE

เป็น Bigbike สไตล์วิบากที่เอาไว้ใช้ในการแข็งขันมอเตอร์ไซค์วิบากเป็นหลัก ไม่นิยมใช้วิ่งขับขี่บนท้องถนน เพราะว่าอุปกรณ์ต่างๆนั้น อาจะไม่ครบ เช่นไฟหน้า หรือมาตราวัดความเร็ว เพราะว่าอุปกรณ์เหล่านี้ไม่สำคัญในการใช้แข่งขัน เครื่องยนต์มีหลากหลายขนาด ใช้ยางขนาดใหญ่ เพื่อการลุยที่ดี มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแรง มีถังน้ำมันขนาดเล็ก ช่วงล่างดีเยี่ยม ดีไซน์โฉบเฉี่ยวปราดเปรียว โมโตครอสยอดนิยมมีหลายรุ่นด้วยกัน

 

มาถึงตอนนี้หลายคนน่าจะได้รู้จักบิ๊กไบค์แล้วพอสมควร ใครที่กำลังมองหาสองล้อคันใหญ่อย่าง “บิ๊กไบค์” อยู่ก็หวังว่าจะสามารถเลือกซื้อได้ตามความชอบและการใช้งานที่เหมาะสมนะครับ